ขนาดของสายยางให้อาหารมีผลต่อผู้ป่วยหรือไม่ ?

ขนาดของสายยางให้อาหารมีผลต่อผู้ป่วยหรือไม่ ? ในการให้ อาหารสายยาง การให้อาหารทางสายยาง เป็นวิธีการรักษาทางการแพทย์วิธีหนึ่งซึ่งเป็นการให้อาหารแก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ และผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัวรวมไปถึงผู้ป่วยที่นอนติดเตียง การให้อาหารทางสายยางนั้น ต้องทำโดยผู้ดูแลที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการให้อาหารทางสายยาง

ทั้งนี้ การให้อาหารทางสายยางมีขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร เพราะฉะนั้นผู้ดูแลจะต้องเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือให้อาหารให้พร้อม และจะต้องล้างมือทุกครั้งก่อนทำการให้อาหารทำสายยาง สำหรับการให้อาหารทางสายยางนั้น มีอุปกรณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภาชนะให้อาหาร สายยางให้อาหารเป็นต้น นอกจากนี้ผู้ดูแลจะต้องมีความรู้เรื่องอุปกรณ์และวิธีการใช้ที่ถูกต้อง เพราะสายยางให้อาหารนั้นมีหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งจะต้องใช้งานให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ถ้าหากสายยางให้อาหารมีขนาดเล็กเกินไป ก็จะทำให้ผู้ป่วยได้รับอาหารช้าหรืออาจทำให้ท้องอืดได้ และหากสายยางให้อาหารมีขนาดใหญ่เกินไป ก็จะทำให้ผู้ป่วยอาจได้รับอาหารเร็วเกินไป ทำให้สามารถอาเจียนได้หรอสำลักอาหารที่ได้รับเร็วเกินไปได้ ขนาดที่ใหญ่เกินไปอาจจะสามารถเบียดหลอดลมทำให้หายใจไม่สะดวกเช่นกัน ซึ่งปัญหาในเรื่องดังกล่าวนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ผู้ดูแลจะต้องมีความรู้หรือไหวพริบในการแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้

สำหรับสายยางให้อาหาร ขนาดเล็กนั้น มีขนาด 5-8 French Nasogastric tubes (NG tubes) เหมาะสำหรับการ feed ให้อาหารทางสายยาง แต่บาง evidence แนะนำว่า ขนาดของสายและการวางตำแหน่งของสายเป็นสิ่งสำคัญ โดยแนะนำให้วัดจากเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก เป็นหน่วย French (1 French unit =0.33 mm) พบว่า สายยางให้อาหารขนาดใหญ่ มีขนาดมากกว่า 14 French สะดวกให้อาหาร/ยา และยังสามารถวัด gastric pH และ residual volume ได้ และสายยางให้อาหารขนาดเล็ก มีขนาด 5-12 French นิยมใส่ลงสู่กระเพาะอาหารหรือในลำไส้เล็ก เช่น NJ tubes สายขนาดเล็กสามารถลดความรำคาญของผู้ป่วยได้ แต่มีโอกาสเกิดการอุดตันได้ง่าย ซึ่งผู้ดูแลจะต้องเลือกใช้ชนิดของสายยางให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ดูว่าสภาพร่างกายของผู้ป่วยเหมาะจะใช้สายยางชนิดไหน เพื่อให้เกิดความสะดวกและไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกรำคาญ และต้องเลือกใช้ให้ถูกกับตำแหน่งของการให้อาหารทางสายยางด้วย อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งของ NJ tubes ควรได้รับการตรวจสอบโดยการ X-ray ภายในเวลา 8-12 ชั่วโมงหลังใส่ และควร test pH aspiration techniques ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะที่ใส่สายยางให้อาหารแก่ผู้ป่วย หากผู้ป่วยมีการรับรู้ได้ดีและรู้สึกตัว ผู้ดูแลควรจะแจ้งวัตถุประสงค์ในการใส่สายยางให้อาหารให้ผู้ป่วยได้ทราบด้วย เพราะการใส่สายยางเข้าสู่ร่างกายนั้น มีวัตถุประสงค์หลายอย่าง นอกจากจะเป็นการแจ้งให้ผู้ป่วยได้ทราบถึงวัตถุประสงค์แล้ว ยังช่วยให้ผู้ป่วยไม่เกิดความกังวลขณะใส่สายยางเข้าสู่ร่างกายด้วย

สำหรับเรื่องของการดูแลสายยางให้อาหาร ผู้ดูแลควรเปลี่ยน NG tubes และ NJ tubes ทุก 4-6 สัปดาห์ ผู้ดูแลควรสังเกตสายยางให้อาหารของผู้ป่วยว่ามีลักษณะอย่างไร หากเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือสายมีสภาพที่บวม หมดสภาพแล้ว หรือมีสีที่เปลี่ยนไปค่อนข้างเห็นได้ชัด ควรทำการเปลี่ยนสายยางให้อาหารให้ผู้ป่วยทันที เพื่อสุขลักษณะที่ดีด้วย นอกจากนี้การให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย ควรมีการ feed ในปริมาณที่เหมาะสม ควรให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหาร 30 ml/kg/day of standard 1 kcal/ml และความถี่ในการ feed ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับร่างกายของผู้ป่วย จะทำให้อาหารจะไม่เหลือค้าง และปิ้งกันการเกิดการสำลึกอาหารของผุ้ป่วยด้วย ซึ่งการสำลักอาหารนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมากเลยทีเดียว ผู้ดูแลควรระมัดระวังเรื่องนี้ให้มากเป็นพิเศษ และต้องระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อ ในกรณีที่ผู้ป่วยต้อง on ETF กลับบ้าน ควรให้คำแนะนำเรื่องการให้อาหารทางสายยางและการดูแลเครื่องมือ อุปกรณ์ในการให้อาหารด้วย และเปลี่ยนพลาสเตอร์ที่ติดสายยางกับจมูกทุก 2 – 3 วัน หรือเมื่อหลุด หรือเมื่อเปรอะเปื้อนทำความสะอาดรูจมูก และรอบจมูกด้วยไม้พันสำลี หรือผ้าชุบน้ำ ระมัดระวังสายยางอย่าให้เกิดการเลื่อนหลุด ควรทำเครื่องหมายไว้เป็นจุดสังเกตด้วย เพื่อให้สายยางให้อาหารอยู่ในตำแหน่งเดิม

RELATED POST

แข้งลีกบราซิล โดนตั้งข้อหาพยายามฆ่าหลังจงใจเตะหัวกรรมการ

ภายหลังจากที่เกมลีกดิวิชั่น 6 ของประเทศบราซิล คู่ระหว่าง เซา เปาโล อาร์เอส พบกับ กัวรานี ซึ่งในช่วงต้นครึ่งหลัง ปรากฏว่า วิลเลียม ริเบย์โร ผู้เล่นเจ้าถิ่นไม่พอใจการทำหน้าที่ของ โรดริโก คริเวญาโร ผู้ตัดสินในเกมนี้ ที่ไม่ให้ฟาวล์กับทีมของตัวเอง ทำให้หลังจากนั้นไม่นาน ริเบย์โร…

แข้ง “อาร์เซนอล” เตือนสติ “อาร์เตตา” มี 1 แข้งสำรองพอช่วยยกระดับทีมได้

นักเตะใหม่ของ อาร์เซนอล ออกมาแนะนำกุนซือคนเก่งของทีมให้ส่งแข้งสำรองดาวรุ่งไฟแรงของทีมลงสนามและเขามองว่านักเตะรายนี้จะยกระดับทีมได้แน่นอน เบน ไวท์ เซ็นเตอร์แบ็กป้ายแดงของ อาร์เซนอล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงทีมชุดปัจจุบันภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตตา โดยที่ ไวท์ เปิดเผยว่า อาร์เตตา ควรจะให้โอกาส กาเบรียล มาร์ติเนลลี ดาวรุ่งไฟแรงของสโมสรในการลงสนามมากกว่านี้ ไวท์ เผยอีกว่า…

“โรมาโน” คอนเฟิร์ม “ฟาน เดอ เบค” อยากหนีแมนยูฯ ช่วงปีใหม่

ฟาบริซิโอ โรมาโน นักข่าวจอมแม่นแห่งวงการตลาดซื้อขายนักเตะ ยืนยัน ดอนนี ฟาน เดอ เบค กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มีแผนที่จะย้ายออกจากทีม “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมปีหน้า สำหรับ ฟาน เดอ เบค วัย 24…

แฉแข้ง “แมนยูฯ” ส่วนใหญ่ยังไม่ยอมฉีดวัคซีนป้องกัน “โควิด-19”

"ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การนำทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ตกเป็นข่าวว่า มีผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมที่ยังไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน "โควิด-19" แต่อย่างใด นั่นทำให้พวกเขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทีมที่มีอิทธิพลมากที่สุดสโมสรหนึ่งในอังกฤษ เป็นที่เข้าใจกันว่า ฤดูกาลนี้ทางรัฐบาลของอังกฤษได้มีการผ่อนปรนให้แฟนบอลสามารถเข้าชมเกมในสนามได้อีกครั้ง แต่ต้องแสดงหลักฐานการเข้ารับการฉีดวัคซีนจึงจะสามารถเข้าไปเชียร์ทีมรักได้ แต่กระนั้นกลับไม่มีกฎข้อบังคับนี้กับนักเตะที่ฉีดวัคซีนยังไม่ครบ หรือบางรายยังไม่ได้ฉีดวัคซีน…