‘นิวยอร์ก ไทม์ส’ปูดข้อมูล’ทรัมป์’ มีบัญชีธนาคารในจีน

รายงานของ “เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส” เผยข้อมูลใหม่ทางภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าธุรกิจของผู้นำสหรัฐพยายามแสวงหาโอกาสในจีนมาระยะหนึ่งแล้ว และจนถึงปัจจุบันยังคงมีบัญชีกับสถาบันการเงินของจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ต.ค.โดยอ้างจากรายงานของเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ซึ่งทำการวิเคราะห์รายงานการแจ้งข้อมูลภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าผู้นำสหรัฐมีบัญชีธนาคารกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ คือ จีน สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ โดยบัญชีธนาคารของผู้นำสหรัฐในทั้งสามประเทศไม่เคยปรากฏในการแสดงรายการทรัพย์สินของทรัมป์ เมื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง นับตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. 2560
 
ทั้งนี้ ในส่วนบัญชีธนาคารที่จีนนั้น เปิดโดยบริษัททรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล โฮเทล เมเนจเมนต์ และมีการชำระภาษีเป็นจำนวนทั้งสิ้น 188,561 ดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี  2556 ถึง 2558 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทพยายามเจรจาโครงการต่าง ๆ ในจีน ( ราว 5.89 ล้านบาท )
 
ขณะที่นายอลัน การ์เทน ทนายความของทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน ซึ่งประธานบริหารคนปัจจุบันคือนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงรายงานดังกล่าว ว่าเป็นการเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินของทั้งสามประเทศ ซึ่งมีสาขาอยู่ในสหรัฐ เพื่อใช้เสียภาษีสำหรับกิจการที่มีอยู่ในประเทศนั้นเท่านั้น “ไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์อื่น”

แม้บัญชีธนาคารในจีนไม่ได้เป็นชื่อของทรัมป์โดยตรง แต่ก่อให้เกิดความสงสัยจากหลายฝ่าย เกี่ยวกับท่าที “แท้จริง” ของผู้นำสหรัฐ ที่มีต่อการดำเนินนโยบายการค้ากับรัฐบาลปักกิ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
 
อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่าทรัมป์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพียง 750 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 23,426.63 บาท ) ในปี 2559 และปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่หาเสียง และปีที่ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยแรก ขณะที่ตลอด 15 ปีล่าสุดจนถึงปี 2560 มีมากถึง 10 ครั้งที่ทรัมป์ไม่ได้จ่ายภาษี หรือ “จ่ายน้อยมาก”

RELATED POST

CIA ยืนยันมี จนท.-ครอบครัวราว 100 คน ล้มป่วยด้วยภาวะ ‘ฮาวานาซินโดรม’

วิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ระบุวานนี้ (22 ก.ค.) ว่า มีเจ้าหน้าที่อเมริกันราว 200 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของซีไอเอและสมาชิกในครอบครัวประมาณ 100 คน เกิดภาวะ “ฮาวานา ซินโดรม” ซึ่งหมายถึงโรคปริศนาที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดศีรษะและมึนงงโดยไม่ทราบสาเหตุ ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแห่งชาติสหรัฐฯ (NPR)…

มาเลเซียชี้วัคซีนโควิด ‘ซิโนแวค’ และ ‘ไฟเซอร์’ มีประสิทธิภาพเท่าเทียมในการใช้งานจริง

นายแพทย์นูร์ ฮิแชม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมสุขภาพของมาเลเซีย ปฏิเสธคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของวัคซีนซิโนแวค อ้างอิงข้อมูลจากการใช้งานจริงว่ามันมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับวัคซีนของไฟเซอร์ ในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก นูร์ ฮิแชม ระบุว่าเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ ที่ตีพิมพ์โดยสมาคมการแพทย์รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานฉบับหนึ่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค บริษัทสัญชาติจีน ในชิลี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม…

ละเมิดเสรีภาพ!คนนับแสนชุมนุมทั่วฝรั่งเศส ประท้วงแผนบังคับแสดงใบรับรองโควิดก่อนเข้าพื้นที่สาธารณะ

ประชาชนมากกว่า 1 แสนคนเดินขบวนทั่วฝรั่งเศส เพื่อประท้วงแผนของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่บังคับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีนและกำหนดให้ต้องแสดงใบรับรองปลอดเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ อย่างเช่นร้านอาหารและโรงภาพยนตร์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มาครงแถลงมาตรการต่างๆสำหรับต่อสู้กับการแพร่รระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งพวกผู้ประท้วงระบุว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการเลือกขอบุคคลที่ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน กระทรวงมหาดไทยระบุว่ามีการเดินขบวนเกิดขึ้น 137 จุดทั่วประเทศ รวมแล้วมีประชาชนเข้าร่วมเกือบ 114,000 คน ในนั้น 18,000 คนร่วมชุมนุมในกรุงปารีส…

‘แบรนสัน’ เจ้าพ่อเวอร์จินแกแลคติก VS ‘เบซอส’ เจ้าพ่อบลู ออริจิน ในศึกแข่งขันชิงเจ้าอวกาศภาคเอกชน

ผู้นำภาคธุรกิจชื่อดังทั้งสองมีแผนการที่ทั้งมีจุดซึ่งแตกต่างกันและจุดซึ่งคล้ายคลึงกัน ในการชิงชัยเพื่อเป็นเจ้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอวกาศในอนาคต ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์นับจากนี้ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง บลู ออริจิน (Blue Origin) และ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง เวอร์จิน แกแลคติก (Virgin Galactic)…