แอนโธนี โกส์น ลูกชายอดีตประธานค่ายรถนิสสัน จ่าย 15 ล้าน จ้างคนพาหนีออกญี่ปุ่น

อัยการในสหรัฐระบุว่า นายแอนโธนี โกส์น ลูกชายของนายคาร์ลอส โกส์น อดีตประธานบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น นิสสัน มอเตอร์ โค จ่ายเงินสกุลดิจิทัล มูลค่า 500,000 ดอลลาร์ (15.8 ล้านบาท) ให้กับหนึ่งในชายชาวสหรัฐ 2 คน ที่พาหนีออกจากญี่ปุ่น

เอกสารของอัยการยังเผยอีกว่า หนึ่งในชาย 2 คนนี้ที่ได้รับเงินจากนายแอนโธนี มีชื่อว่านายปีเตอร์ เทย์เลอร์ ส่วนชายอีกคนที่ร่วมพานายแอนโธนีหนีออกจากญี่ปุ่น ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น นายไมเคิล เทย์เลอร์ พ่อของนายปีเตอร์ ซึ่งนายไมเคิลเป็นทหารผ่านศึกที่เคยสังกัดกรมหน่วยรบพิเศษ กองทัพบกสหรัฐ

ส่วนวิธีการที่ช่วยให้ทั้งคู่หนีออกจากญี่ปุ่น คือ การพาไปซ่อนตัวในกล่อง ก่อนขนขึ้นเครื่องบินส่วนตัว

เงินดิจิทัล มูลค่า 500,000 ดอลลาร์ก้อนนี้ ยังไม่รวมกับเงิน 862,600 ดอลลาร์ (27.4 ล้านบาท) ที่นายคาร์ลอส จ่ายให้กับบริษัทแห่งหนึ่งที่นายปีเตอร์ เทย์เลอร์ เป็นผู้บริหาร ในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว หรือ 2 เดือนก่อนที่ตนและลูกชายจะหนีออกมาจากญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2562

การเปิดเผยรายละเอียดการจ่ายเงินดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้ประกันตัวนายปีเตอร์และนายไมเคิล เทย์เลอร์ เมื่อไม่นานมานี้

คู่พ่อลูกเทย์เลอร์ถูกควบคุมตัวในเรือนจำแห่งหนึ่ง หลังจากถูกจับกุมตัวเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ตามคำขอของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ต้องการนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มาดำเนินคดีที่ประเทศตัวเอง

ด้านอัยการสหรัฐมองว่าเงินก้อนนี้อาจจะทำให้นายปีเตอร์และนายไมค์มีความเสี่ยงที่จะหลบหนีไปยังต่างประเทศ เพราะขณะนี้ทั้งคู่เข้าถึงเงินและทรัพย์สินอื่นๆ ของนายคาร์ลอส โกส์น ที่จะช่วยให้หลบหนีได้

นายคาร์ลอส โกส์น หนีออกจากญี่ปุ่นไปยังเลบานอน ทึ่เคยใช้ชีวิตในวัยเด็ก หลังจากถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดเกี่ยวกับการเงินหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการแจ้งนำเงินของนิสสันมาใช้กับเรื่องส่วนตัวน้อยกว่าความเป็นจริง ซึ่งนายคาร์ลอสปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำผิดแต่อย่างใด

ส่วนคู่พ่อลูกเทย์เลอร์ก็แย้งว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่ถูกต้อง เพราะประมวลกฎหมายอาญาของญี่ปุ่นไม่ถือว่าการช่วยคนที่ไม่ได้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ ให้หลบหนีไปที่อื่น เป็นความผิดทางอาญา

ทั้งนี้ผู้พิพากษาจะไต่สวนเกี่ยวกับคำขออนุมัติการประกันตัวคู่พ่อลูกเทย์เลอร์อีกครั้ง

RELATED POST

สุขภาพดี : โรค Sick building syndrome หรือ โรคตึกเป็นพิษ

สุขภาพดี : โรค Sick building syndrome หรือ โรคตึกเป็นพิษ เป็นกลุ่มโรคที่วงการแพทย์ในปัจจุบันให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากพบว่าประชากร 1 ใน 3 ของผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีประวัติป่วยเป็นกลุ่มโรคนี้ และแนวโน้มผู้ป่วยจะเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเมืองมีประชากรหนาแน่น การจราจรติดขัด โรคตึกเป็นพิษ หรือ Sick…

ฮ่องกงเตรียมซื้อวัคซีนโควิดสกัดระบาดระลอกสี่

ทางการฮ่องกงจัดสรรงบประมาณ 8,400 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 33,684 ล้านบาท) จัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ให้เพียงพอต่อการฉีดให้ประชาชนคนละสองโดส เพื่อสกัดการระบาดระลอกสี่ในฤดูหนาวนี้ ทางการฮ่องกงกำหนดยุทธศาสตร์ป้องกันการระบาดระลอกใหม่ ประกอบด้วยการจัดสรรงบประมาณจัดซื้อวัคซีนให้เพียงพอต่อการฉีดให้ประชาชน 7.5 ล้านคน คนละสองโดส เป็นปริมาณที่เชื่อว่าสามารถสร้างภูมิต้านทานโรคโควิด-19 ได้ เริ่มการตรวจหาเชื้อรอบใหม่ตั้งแต่เมื่อวานนี้กับผู้ดูแลบ้านพักคนชราและผู้ป่วย เพิ่มการตรวจหาเชื้อกับกลุ่มเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ…

ญี่ปุ่นเตรียมส่งทีมไปตรวจสอบเรือเกยตื้นที่มอริเชียส

ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จะส่งทีมงาน 5 คนไปตรวจสอบสาเหตุของการเกยตื้นของเรือญี่ปุ่นนอกชายฝั่งยังมอริเชียส ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่วิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวในแถลงการณ์ว่า จะส่งทีมงาน 5 คนไปยังมอริเชียสในวันที่ 20 กันยายน และก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นกับมอริเชียสว่า จะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เรือขนส่งสินค้าเอ็มวี วากาชิโอะ ซึ่งติดธงปานามา แต่มีบริษัท นากาชิกิ ชิปปิ้งของญี่ปุ่นเป็นเจ้าของและเช่าเหมาลำโดยบริษัท มิตซุย…

ออสเตรเลียเตรียมคลายมาตรการให้พลเมืองกลับประเทศ

ทางการออสเตรเลียเตรียมประกาศเพิ่มจำนวนชาวออสเตรเลียในต่างประเทศให้เดินทางกลับเข้าประเทศได้ ขณะที่รัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียเตรียมเปิดพรมแดนอีกครั้งหลังแนวโน้มการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ลดลง นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียเตรียมเพิ่มจำนวนผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศต่อสัปดาห์ขึ้นอีก 2,000 คนตั้งแต่วันศุกร์หน้า หลังได้ข้อสรุปร่วมกันจากการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยที่รัฐต่าง ๆ ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการกักตัว ขณะนี้ออสเตรเลียจำกัดให้มีผู้เดินทางเข้าประเทศได้ 4,000 คนต่อสัปดาห์ แต่ยังคงมีชาวออสเตรเลียที่ติดค้างอยู่ในต่างประเทศและต้องการเดินทางกลับเข้าประเทศราว 25,000 คน…